ข้ามไปยังเนื้อหา

ตรวจแพ็กเกจ ฟีเจอร์ และโควตา

ดูว่า Workspace ใช้อะไรไปเท่าไร ฟีเจอร์ใดรวมอยู่ และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อชนข้อจำกัด

ดูแพ็กเกจปัจจุบัน

เปิดเมนูโปรไฟล์แล้วไปที่ แพ็กเกจของฉัน หน้าภาพรวมแสดงสถานะ รอบบิล และการใช้โควตาสำคัญ เช่น ช่องทาง สมาชิก ออเดอร์ สินค้า และเครดิต AI ใช้ตัวเลขบนหน้าจอเป็นข้อมูลล่าสุดเสมอ เพราะขีดจำกัดอาจเปลี่ยนตามแพ็กเกจ add-on หรือรอบบิล

ใกล้เต็ม

วางแผนล้างข้อมูลที่ไม่ใช้หรือเปลี่ยนแพ็กเกจก่อนเริ่มงานที่ต้องเพิ่มรายการ

เต็มแล้ว

ระบบจะหยุดการเพิ่มรายการใหม่ในหมวดนั้น แต่ข้อมูลเดิมยังคงอยู่ตามสิทธิ์การใช้งาน

เครดิตตามรอบ

ตรวจวันที่เริ่มรอบใหม่และ add-on ก่อนซื้อเพิ่มหรือเปลี่ยนแพ็กเกจ

แยก “ฟีเจอร์ไม่รวม” กับ “โควตาเต็ม”

  • ฟีเจอร์ไม่รวมในแพ็กเกจ: แพ็กเกจปัจจุบันไม่มี entitlement สำหรับงานนั้น ให้เปิดหน้าเลือกแพ็กเกจและดูชื่อแพ็กเกจขั้นต่ำที่หน้าจอแนะนำ
  • โควตาเต็ม: ฟีเจอร์ใช้งานได้ แต่ใช้จำนวนที่รวมมาครบแล้ว ลบหรือปิดรายการที่ไม่ใช้ เพิ่ม add-on เมื่อมี (เช่น เพจเพิ่ม ของ Pro และ Business) หรืออัปเกรด
  • ไม่มีสิทธิ์: แพ็กเกจอาจรองรับ แต่บทบาทของบัญชีไม่อนุญาต ให้ Owner/Admin ตรวจสมาชิกและตารางสิทธิ์
  • Subscription ไม่พร้อม: สถานะการชำระเงินหรือวงจรแพ็กเกจจำกัดการทำงาน ให้ Owner เปิดหน้าบิลและแพ็กเกจ
กลับไปทำงานเดิมหลังแก้ข้อจำกัด

จดชื่อหน้าหรือเปิดไว้ในแท็บเดิม เมื่อเปลี่ยนแพ็กเกจ เพิ่มโควตา หรือแก้สิทธิ์แล้ว ให้กลับมาโหลดหน้าและตรวจสถานะอีกครั้งก่อนกรอกข้อมูลซ้ำ

เปรียบเทียบแพ็กเกจ

  1. เปิดเลือกแพ็กเกจ

    ไปที่ โปรไฟล์ › เลือกแพ็กเกจ การ์ดแสดงราคา โควตา และฟีเจอร์เด่นเทียบกับแพ็กเกจที่ใช้อยู่

  2. เทียบกับงานที่ต้องทำ

    ดูทั้งจำนวนช่องทาง สมาชิก ออเดอร์ สินค้า และ AI รวมถึงฟีเจอร์ที่ถูกล็อก เช่น การปรับตารางสิทธิ์ตามบทบาท ซึ่งมีเฉพาะบางแพ็กเกจ

  3. เปิดรายละเอียด

    อ่านรายการที่รวมและไม่รวมทั้งหมด อย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว และตรวจว่าราคาเป็นรายเดือน ต่อ Workspace หรือตามหน่วยเพิ่มเติมตามที่หน้าจอระบุ

เปลี่ยนแพ็กเกจ

เลือกแพ็กเกจแล้วอ่านหน้า preview ซึ่งสรุปราคา ผลต่าง ช่วงเวลาที่มีผล และข้อจำกัดก่อนยืนยัน

  • ยังไม่เคยชำระค่าแพ็กเกจ (ช่วงทดลองใช้): ระบบพาไป Stripe Checkout กลับมาที่ MePost แล้วรอให้สถานะยืนยันก่อนใช้ฟีเจอร์
  • อัปเกรดขณะชำระค่าแพ็กเกจอยู่แล้ว: มีผลทันที ระบบตัดบัตรที่บันทึกไว้ตามส่วนต่างของวันที่เหลือในรอบบิล หน้า preview แสดงยอดก่อนยืนยัน ถ้าตัดบัตรไม่ผ่าน แพ็กเกจยังเป็นแบบเดิม ให้ตรวจหรือเปลี่ยนบัตรในหน้าการชำระเงินแล้วลองใหม่
  • ลดแพ็กเกจ: มีผลเมื่อจบรอบบิลปัจจุบัน ระหว่างนี้ใช้แพ็กเกจเดิมได้ตามปกติ และถูกบล็อกหากช่องทาง สมาชิก หรือสินค้าปัจจุบันเกินขีดจำกัดใหม่ ให้แก้รายการที่หน้าจอแจ้งก่อน
เฉพาะบัญชีที่มีสิทธิ์จัดการแพ็กเกจจึงยืนยันได้

บัญชีอื่นยังเปิดดูรายละเอียดแบบอ่านอย่างเดียวได้ หากปุ่มเปลี่ยนหรือยกเลิกถูกปิด ให้ติดต่อ Owner แทนการใช้บัญชีร่วมกัน

หากมีการเปลี่ยนแพ็กเกจที่รอดำเนินการ หน้าแพ็กเกจจะแสดงรายการและวันที่มีผล ตรวจผลกระทบก่อนกดยกเลิกการเปลี่ยนแปลง ส่วนการยกเลิกแพ็กเกจหลักเป็นการดำเนินการสำคัญ ควรอ่านวันที่สิ้นสุดบริการและผลต่อข้อมูลให้ครบ

ซื้อเพจเพิ่ม

แพ็กเกจ Pro และ Business ซื้อเพจเพิ่มได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจ ไปที่ แพ็กเกจของฉัน › จัดการบริการเสริม แล้วปรับจำนวนที่การ์ด “เพจเพิ่ม” หน้ายืนยันแสดงค่าบริการรายเดือนและส่วนต่างของรอบบิลนี้ ซึ่งจะรวมอยู่ในบิลถัดไป เพจเพิ่มนับรวมกับช่องทางของแพ็กเกจ ใช้ได้ทั้ง Facebook Page และ LINE OA

  • ราคาเพจละ 150 บาทต่อเดือน ต่ออายุพร้อมรอบบิลของแพ็กเกจ
  • ซื้อหรือเพิ่มได้เมื่อชำระค่าแพ็กเกจแล้วและไม่มียอดค้างชำระ ส่วนการลดทำได้เสมอ
  • ลดได้ไม่ต่ำกว่าจำนวนช่องทางที่เชื่อมอยู่ ถ้าต้องการลดมากกว่านั้น ยกเลิกการเชื่อมบางช่องทางก่อน
  • สลับระหว่าง Pro กับ Business เพจเพิ่มติดไปด้วย ส่วนการเปลี่ยนเป็น Starter จะยกเลิกเพจเพิ่มทั้งหมดในวันที่ Starter มีผล

เข้าใจสถานะ Subscription

Trialing / Active

อยู่ในช่วงทดลองหรือใช้งานปกติ ตรวจวันสิ้นสุดทดลองและรอบบิลถัดไป

Past Due / Unpaid

การชำระเงินมีปัญหา ให้ Owner ตรวจวิธีชำระและทำตามคำแนะนำบนหน้าบิล

Suspended

Workspace ถูกจำกัดการใช้งานชั่วคราว แก้สาเหตุที่ระบบแจ้งก่อนทำงานต่อ

Canceled

แพ็กเกจถูกยกเลิก ตรวจวันสิ้นสุดและตัวเลือกเปิดใช้งานใหม่บนหน้าจอ

เมื่อข้อมูลไม่ตรงหรือโหลดไม่ได้

  • โหลดหน้าใหม่ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหลังกลับจาก Checkout หรือเปลี่ยนแพ็กเกจ
  • หากออฟไลน์หรือมีข้อความว่าใช้ข้อมูล cache อย่ายืนยันราคาและสถานะจากข้อมูลเก่า
  • ตรวจว่าเลือก Workspace ถูกต้อง เพราะแพ็กเกจและโควตาแยกกันในแต่ละ Workspace
  • หากสถานะไม่อัปเดตหลังชำระเงิน ให้เก็บเวลา Workspace และหลักฐานรายการชำระ แล้วติดต่อทีมสนับสนุนโดยไม่ส่งข้อมูลบัตร